วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ


8.ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1.     ตามโลกให้ทัน
การเปลี่ยนแปลงของตลาด เศรษฐกิจ การสื่อสารและเทคโนโลยีล้วนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของลูกค้าทั้งสิ้นการพัฒนาทางอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้นพนักงานขายที่ดีจำเป็นต้องปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ทันกับแนวโน้มของตลาด ทันกับความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้า
2.    พัฒนาการขายอยู่เสมอ
คุณสามารถพัฒนาการขายได้โดย ขายสิ่งที่เหมาะสม ให้กับคนที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม รวมไปถึงการพัฒนาความคิดของคุณให้แตกต่างอยู่เสมอ ในกรณีที่วิธีที่หนึ่งไม่ได้ผล คุณจำเป็นต้องคิดหาวิธีอื่นเตรียมไว้ด้วย
3.    ปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ
ความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ แรงจูงใจ และความกระตือรือร้น เป็นคุณสมบัติที่จะช่วยให้คุณบรรลุจุดมุ่งหมาย นอกจากนี้ ก็ไม่ควรละเลยปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น ความอดทน การเป็นผู้ฟังที่ดี และมีทักษะในการถามคำถาม เป็นเรื่องปกติที่พนักงานขายจะทำผิดพลาด จงเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้น เพื่อทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยลงในครั้งต่อๆ ไป
4.    สร้างการขายในแบบฉบับของคุณเอง
คุณจำเป็นต้องหารูปแบบเฉพาะตัวในการขาย เมื่อคุณรู้บทบาทของตัวคุณเอง เข้าใจเป้าหมายของบริษัท และรู้จักตลาด คุณจะสร้างโอกาสในการใช้ทักษะของคุณได้ดี การมีรูปแบบการขายในแบบฉบับของตนเองจะทำให้คุณสามารถปรับตัวเข้าสู่บทบาทของพนักงานขายได้ง่ายขึ้น
5.     สร้างพันธมิตร
มีหลายบริษัทที่ขายสินค้าหรือบริการแบบเดียวกับคุณ เป็นเรื่องยากที่ลูกค้าจะจำแนกความแตกต่างของแต่ละบริษัทได้ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขาย
6.    เป็นคนที่มองโลกตามความเป็นจริง และมีความรับผิดชอบ
พนังานขายที่ดีจะมองสถานการณ์ตามความเป็นจริง และรับผิดชอบในส่วนของตนเองในการจัดการกระบวนการขาย ความรับผิดชอบจะทำให้คุณมีโอกาสสูงสุดในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้าและบริษัท
7.    บริหารเวลา เป้าหมาย และตัวเองให้ดี
การทำงานอย่างมีระบบ มีความยืดหยุ่น และมีวินัย จะช่วยให้คุณจัดการตัวเองได้ดี อย่างไรก็ตามคุณจำเป็นต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ในการขายของบริษัทเสียก่อน แล้วจึงบริหารจัดการสิ่งต่างๆ และตัวคุณเองให้สามารถขายได้ตามเป้า หรือสูงกว่าเป้าที่ตกลงกันไว้ การบริหารเวลาที่ดีจะช่วยให้คุณทำสิ่งสำคัญที่สุดก่อน และยังตัดสินใจได้ว่าควรจะให้เวลากับลูกค้าคนไหน และใครที่ควรจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
8.    มีทัศนคติเชิงบวก
การมีทัศนคติเชิงบวกจะช่วยรักษาระดับแรงจูงใจในตัวคุณเอาไว้ บางครั้งงานขายเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่บางครั้งกลับกลายเป็นความผิดหวังคนที่มีทัศนคติเชิงบวกจะสนุกกับการขายมากกว่าคาดหวังว่าต้องขายให้ได้ และแม้ว่าบ่อยครั้งคุณรู้สึกไม่ค่อยมีแรงจูงใจในการขายแต่การมีทัศนคติเชิงบวกจะทำให้คุณมีความพยายามมากขึ้น
9.    มีทักษะในการปฏิสัมพันธ์และการสื่อสาร
การพัฒนาทักษะในการมีปฏิสัมพันธ์จะทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย และคุณจะสื่อสารกับเขาได้ง่ายขึ้น การสบสายตาและเอาใจใส่ในภาษาท่าทางของลูกค้า จะช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์การขายของคุณได้ดี
10.   มีความสามารถในการโน้มน้าวใจ
หนึ่งในคุณสมบัติของพนักงานขายที่ดีคือความสามารถในการโน้มน้าวใจ ซึ่งประกอบด้วย
·         การเข้าใจความต้องการของลูกค้า
·         การสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าที่คุณกำลังพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
·         การทำตัวให้พร้อมเสมอสำหรับลูกค้า
·         ความเสมอต้นเสมอปลายและความสามารถในการตัดสินใจ
·         การจูงใจให้ลูกค้าเห็นว่าสินค้าของคุณมีคุณค่า
·         การทำให้ลูกค้าต้องการสินค้าของคุณมากเท่ากับที่คุณต้องการขายสินค้าให้เขา

.สถานที่ในการค้าขาย


7.สถานที่ในการค้าขาย
สถานีการค้าเป็นสถานที่หรือสิ่งก่อสร้างซึ่งมีการค้าขายสินค้าเกิดขึ้น เส้นทางซึ่งนำไปสู่สถานีการค้าหรือระหว่างสถานีการค้า รู้จักกันว่า เส้นทางการค้า
สถานีการค้ายังเป็นสถานที่สำหรับผู้คนที่จะพบปะและแลกเปลี่ยนข่าวสารของโลกหรือแม้กระทั่งข่าวจากประเทศบ้านเกิดของตน (สถานีการค้าหลายแห่งบนโลกตั้งอยู่บนสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งอพยพที่ได้รับความนิยม) ในเวลานั้นซึ่งยังไม่มีหนังสือพิมพ์
สถานีการค้าอาจกล่าวได้ว่ามีความสำคัญยิ่งต่อประวัติศาสตร์ของหน่วยเงิน ถึงแม้ว่าการแลกเปลี่ยนจะเกิดขึ้นมาเป็นเวลากว่าสหัสวรรษและยังคงดำเนินต่อไป แต่นับจากจุดเริ่มต้นของสถานีการค้า ความจำเป็นที่จะต้องมีสื่อกลางในการใช้จ่ายก็ได้เกิดขึ้น ดังนั้น เครื่อแสดงการค้าและในเวลาต่อมา เหรียญ ได้รับการผลิตจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน และทองแดง เพื่อที่จะใช้ซื้อและขายสินค้าแทนที่จะเป็นการแลกเปลี่ยน หลังจากการเกิดขึ้นของหน่วยเงิน ทำให้เกิดธนาคารแห่งแรก ๆ ของโลกขึ้นในเจนัวและเวนิซแทบจะในทันที

แหล่งเงินทุนในการผลิต


6.แหล่งเงินทุนในการผลิต
บ่อยครั้งที่คำว่า ไม่มีเงินถูกใช้เป็นข้ออ้างที่สกัดการเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นต้นว่าไม่มีทุนบ้าง ไม่มีแหล่งทุนบ้าง และทำให้หลายคนเลือกพับเก็บความคิดที่จะเริ่มต้นธุรกิจเอาไว้ แต่ในความจริงแล้วธุรกิจหลายรูปแบบใช้เงินทุนในการเริ่มตั้งกิจการไม่มากเลย โดยจุดสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจน่าจะอยู่ที่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีและตรงความต้องการของลูกค้า มีแนวทางการบริหารและการตลาดที่แข็งแรงขึ้นมาให้ได้ก่อน หลังจากที่เริ่มมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนและมีจุดเด่นน่าสนใจแล้วการจะออกไปหาเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องก็น่าจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นและการทำธุรกิจก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สูงขึ้น
เมื่อผ่านจุดตั้งต้นธุรกิจมาได้แล้ว จึงถึงเวลาเริ่มมองหาทุนเพื่อขยายกิจการและเร่งการผลิตให้ทันต่อการแข่งขันในตลาด แต่ด้วยความที่ธุรกิจยังอยู่ในจุดเริ่มต้น ยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะระดมทุนด้วยการยื่นเสนอขายหุ้นในตลาด อย่างไรก็ดี ยังมีแหล่งทุนอื่นๆ ที่เข้าถึงได้และสามารถช่วยธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่เพิ่มเริ่มต้นอยู่พอสมควร ตั้งแต่คนใกล้ตัวที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเราเช่นคุณพ่อคุณแม่ หรือแหล่งเงินทุนที่เป็นองค์กรอย่างธนาคารและนักลงทุน
ธนาคารพาณิชย์ถือเป็นแหล่งเงินทุนอันดับต้นๆ ที่เรามักนึกถึง เนื่องจากพบได้ทั่วไปและมีโปรโมชั่นออกมาเป็นจำนวนมาก แต่การขอสินเชื่อจากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว เพราะธนาคารก็จะต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจก่อนจึงจะอนุมัติให้สินเชื่อ โดยแผนส่วนใหญ่จะกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องมาแล้ว 1-3 ปี ซึ่งน่าจะเป็นหลักประกันว่าผู้ประกอบการรู้จักธุรกิจนั้นๆ ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งหลายธนาคารก็มีข้อบังคับว่าผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอแผนธุรกิจที่ชัดเจนและเป็นไปได้ก่อนการขออนุมัติสินเชื่อด้วย ดังนั้นการกู้ผ่านธนาคารอาจเหมาะกับเจ้าของกิจการที่ดำเนินงานมาสักระยะเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งจุดประสงค์ของการให้สินเชื่อก็เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อการขยายตัวของกิจการ
เมื่อเราตัดสินใจจะกู้เงินจากธนาคารแล้ว เราต้องศึกษาในรายละเอียดว่าในแต่ละแผนกำหนดให้ต้องเตรียมนำเสนออะไรบ้าง อาทิ คนค้ำประกัน หรือเครื่องค้ำประกันอื่นๆ เช่น สิ่งปลูกสร้าง สัญญาเช่าอาคาร แผนพัฒนาธุรกิจ เป็นต้น และธนาคารส่วนใหญ่มักขอดูเอกสารสำคัญของบริษัท เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท เอกสารภาษี ซึ่งการเตรียมการให้พร้อมก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารอีกทางหนึ่ง
ธนาคารได้ผนวกบทบาทเป็นผู้ให้องค์ความรู้แก่
ผู้ประกอบการ ประคองให้กิจการเดินหน้าไปได้ รวมทั้งสร้างเครือข่ายธุรกิจ
นอกเหนือจากบทบาทแหล่งเงินทุนสินเชื่อแล้ว ช่วงหลังๆ ธนาคารต่างๆ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยสนับสนุนช่วงเริ่มต้นและช่วงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้น โดยธนาคารได้ผนวกบทบาทเป็นองค์กรให้องค์ความรู้ผู้ประกอบการ ประคับประคองให้กิจการเดินหน้าไปได้ รวมทั้งสร้างเครือข่ายธุรกิจ อย่างเช่นโครงการ K SME Care ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งให้เจ้าของกิจการไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของธนาคารหรือไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเพื่อเข้าอบรม รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองทางธุรกิจกับเครือข่ายผู้ประกอบการรายอื่นๆ ด้วย
สิ่งที่นักลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในธุรกิจหนึ่ง
ขึ้นอยู่กับการเติบโตและ
ผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก ทำให้นักลงทุนมักจะเป็นผู้ให้ความรู้และแนวทางในการดำเนินธุรกิจ หรือบางรายอาจส่งคนจากทีมเข้ามาบริหารงาน
สำหรับแหล่งทุนจากนักลงทุนจะมีวัตถุประสงค์การให้ทุนที่ต่างจากธนาคาร กล่าวคือธนาคารจะได้ประโยชน์จากการให้สินเชื่อโดยเก็บดอกเบี้ยจากผู้ขอสินเชื่อเป็นงวดๆ ไป ในขณะที่นักลงทุนจะมุ่งหวังการครอบครองหุ้นหรือกรรมสิทธิ์ในบริษัท นั่นหมายความว่าสิ่งที่นักลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในสักธุรกิจหนึ่งจึงต้องขึ้นอยู่กับการเติบโตและผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก ทำให้นักลงทุนมีอีกลักษณะที่แตกต่างจากธนาคาร คือมักจะเป็นผู้ให้ความรู้และแนวทางในการดำเนินธุรกิจ หรือบางรายอาจส่งคนจากทีมเข้ามาบริหารงานในธุรกิจ
โดยหลักๆ แล้วมีนักลงทุนอยู่ไม่กี่ประเภท ประเภทแรกคือนักลงทุนรายบุคคล หรือที่เรียกว่า angel investor และนักลงทุนระดับองค์กร venture capitals หรือที่เรียกกันบ่อยๆ ว่า VC ซึ่งที่จริงแล้วนักลงทุนทั้งสองประเภทนี้เป็นที่นิยมในบรรดาธุรกิจ startup ต่างประเทศเสียมาก และยังไม่ค่อยมีนักลงทุนประเภทนี้ในประเทศไทยมากนัก
angel investor สามารถเป็นใครก็ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นนักลงทุนรายบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องต่างๆ แตกต่างกันไป
สำหรับนักลงทุนประเภทนี้เป็นนักลงทุนอิสระที่สามารถให้ทุนเราได้โดยทันที ไม่ต้องมีแบบแผนในการยื่นขอทุนมากมาย เนื่องจากเป็นการติดต่อกับตัวบุคคลโดยตรงและทุนที่ให้ก็มักเป็นเงินทุนส่วนตัว การตัดสินใจให้ทุนก็มักอาศัยความเชื่อมั่นระหว่างกันเสียมาก ขณะเดียวกัน angel investor ก็มักจะเน้นน้ำหนักให้ความสำคัญกับแนวคิดธุรกิจที่น่าสนใจมากกว่าที่จะเน้นเรื่องผลตอบแทนในการลงทุน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สนใจเรื่องผลตอบแทนเลย อันที่จริง angel investor ก็อาจขอผลตอบแทนเป็นสิทธิ์ในการถือหุ้น ส่วนเรื่องการบริหารงานในธุรกิจ angel investor มักจะไม่ค่อยเข้ามาก้าวก่ายการบริหารงานมากนัก มักจะปล่อยให้เจ้าของไอเดียเป็นคนบริหารให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ แต่มักจะเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ให้คำปรึกษาและคำแนะนำมากกว่า
angel investor สามารถเป็นใครก็ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นนักลงทุนรายบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องต่างๆ แตกต่างกันไป นอกจากจะให้ทุนแล้ว angel investor ยังสามารถให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่นให้ความรู้ สอนประสบการณ์ที่เคยผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจช่วยแนะนำให้เราได้รู้จักบุคคลอื่นๆ ที่เป็นสามารถเป็นแหล่งทุนให้เราได้อีกด้วย
VC เป็นนักลงทุนในรูปแบบองค์กร หรืออาจเรียกว่าเป็นองค์กรที่ประกอบขึ้นมาจากนักลงทุนหลายๆ คนรวมตัวกัน มีการรวมเงินลงทุนเป็นก้อนเดียวและบริหารจัดการว่าจะนำเงินลงทุนก้อนใหญ่นั้นไปแบ่งลงทุนกับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างไรบ้าง จึงอาจกล่าวได้ว่า VC อาจพิจารณาให้เงินทุนในจำนวนที่สูงกว่า angel investor ส่วนใหญ่ และเหมาะสำหรับกิจการที่ต้องการเงินก้อนใหญ่
โดยหลักๆ VC จะมุ่งหวังกำไรจากการลงทุนอย่างมาก และมองข้ามขั้นไปจนถึงว่าสามารถขายต่อกิจการของเราเพื่อเก็งกำไรในตลาดหุ้นได้
โดยหลักๆ VC จะมุ่งหวังกำไรจากการลงทุนอย่างมาก และมองข้ามขั้นไปจนถึงว่าสามารถขายต่อกิจการของเราเพื่อเก็งกำไรในตลาดหุ้นได้ ด้วยเหตุนี้ VC จึงมักส่งคนเข้ามาบริหารกิจการ เพื่อกำกับดูแลให้ธุรกิจของเราเติบโตได้ตามคาดหวัง รวมทั้งช่วยให้ความรู้และคำปรึกษาในเรื่องการบริหารธุรกิจด้วย สำหรับระดับการลงทุนของ VC มีตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นธุรกิจ ขั้นขยายกิจการ ระยะก่อนการเสนอขายหุ้นแก่สาธารณะชนเป็นครั้งแรก (IPO) หรือแม้แต่ระยะพลิกฟื้นธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ว่า VC ให้ความสำคัญเกี่ยวกับกำไร และธรรมชาติของกลุ่มที่ประกอบด้วยนักลงทุนหลายคน การตัดสินใจก่อนอนุมัติให้ทุนจึงใช้เวลาและความรอบคอบอย่างมาก เพื่อให้แน่ใจว่าหากให้ทุนไปแล้วจะไม่สูญเปล่าและได้ผลตอบแทนกลับมาเต็มที่ ดังนั้นการขอทุนจาก VC จึงต้องมีเตรียมตัวนำเสนอธุรกิจอย่างมีระบบแบบแผนที่ชัดเจนและน่าสนใจ ต้องเตรียมเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร และที่สำคัญที่สุดคือต้องสามารถอธิบายขั้นตอนและแบบแผนการทำธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์และมีหลักการ จนนักลงทุนกลุ่มนี้สามารถมองเห็นโอกาสที่ชัดเจน และตกลงปลงใจที่จะให้เงินเราในท้ายที่สุดแต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะหาทุนด้วยการขอสินเชื่อธนาคารหรือขอทุนจากนักลงทุน หรือแม้แต่จากคนรู้จักที่มีความหวังดีต่อเราก็ตาม สิ่งที่เราควรทำคือต้องรักษามารยาทในการดำเนินการขอความช่วยเหลือ ตั้งแต่นำเสนอโครงการอย่างตั้งใจและมุ่งมั่น ยินดีตอบข้อซักถาม ต้องประเมินสถานการณ์อย่างเป็นกลางและรับฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูดอย่างตั้งใจเสมอ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมลงทุนมีส่วนแสดงความคิดเห็นด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของความสำเร็จในการหาทุนและการทำธุรกิจด้วย

อุปกรณ์ทำซูชิ


5.อุปกรณ์ทำซูชิ
1. กล่องอะคิลิค(ดำ/แดง) ราคา 480 บาท
2. ก้ามปูอลาสก้า 18 ชิ้น/แพ็ค ราคา 50 บาท
3. ก้ามปูล็อปเตอร์ 500 กรัม/แพ็ค ราคา 70 บาท
4. กุ้งหิมะ 500 กรัม/แพ็ค ราคา 65 บาท
5. ข้าวญี่ปุ่นถุงใส เกรด A 5 กก. ราคา 230 บาท
6. ข้าวญี่ปุ่น "มหานคร" 5 กก. ราคา 230 บาท
7.ข้าวญี่ปุ่นซาซา ถุงใส 5 กก. ราคา 240 บาท
8.ข้าวพนมรุ้ง 5 กก. ราคา 255 บาท
9.ปูอัด เกรด A 40 แท่ง / 32 แท่ง ราคา 70 บาท
10.ไข่กุ้งส้ม "โชกุน" 500 กรัม ราคา 165 บาท
11.ไข่กุ้งส้ม "โนแบรนด์" 500 กรัม ราคา 150 บาท
12.ไข่หวานสติ๊ก ราคา 55 บาท
13. ยำสาหร่ายเขียว 1 กก. ราคา 140 บาท
14.หอยเชลรสกิมจิ (New) 500 กรัม ราคา 140 บาท
15.สาหร่ายห่อข้าว 100 แผ่น ราคา 215 บาท
16.แซลม่อนหยอง 100 กรัม ราคา 100 บาท
17.ทามาโกะโนริ 5 แผ่น ราคา 65 บาท
18.ปูอัดฝอยทำสลัด 2 กก. ราคา 240 บาท
19.ปูอัดไข่ / ปูอัดซากุระ ราคา 75 บาท
20.ปูอัดแองกรี้เบริ์ดสีแดง,สีรวม(ฟ้า,แดง,เหลือง)500กรัมราคา 75 บาท
21.ปูอัดโดเรม่อน 500 กรัมราคา 70 บาท
22.หมึกโอซาก้านิวออลีน/งาขาว 500 กรัม ราคา 155 บาท
23.แมงกระพรุนกิมจิ/งา 500 กรัม ราคา 150 บาท

วิธีการทำและส่วนผสม


.วิธีการทำและส่วนผสม
มาดูวิธีการทำ ซูชิ กันดีกว่า
·                     ส่วนผสมน้ำซูชิ
·                     น้ำส้มสายชู 4 ถ้วย
·                     น้ำตาลทราย 4 ถ้วย
·                     เกลือป่น 1 + 1/ 2 ช้อนโต๊ะ
·                     สาหร่าย (ไม่ต้องมากนะ)
วิธีทำน้ำซูชิ

·                     ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย และ เกลือป่น ใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลางพอเดือด แล้วใส่สาหร่ายลงไป เคี่ยวต่ออีก 2 - 3 นาที จากนั้น ยกลง กรองเอาแต่น้ำใส ๆ ว่างไว้ให้เย็นก่อนนะ ถ้าเหลือใช้แล้ว ก็เก็บใส่ขวดแก้ว ปิดฝา แช่ไว้ในตู้เย็นไว้ใช้ในครั้งต่อไปได้อีกนะ

เครื่องปรุงข้าวซูชิ

1.             ข้าวสารเจ้า 6 ถ้วย ใช้ข้าวบ้านเราก็ได้ ไม่ต้องใช้ข้าวญี่ปุ่นหรอก เพราะข้าวญี่ปุ่นแพงมาก
2.            ข้าวเหนียว 2 ถ้วย
3.            น้ำซูชิ 1 /2 ถ้วย
4.            น้ำ สำหรับหุ้งข้าว

วิธีหุงข้าวซูชิ
·                     ซาวข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำซูชิ น้ำ ตามสัดส่วน หุงประมาณ 20 นาที จนสุกนุ่ม เมื่อสุกแล้วเราลองชิมรสชาติของข้าวดูก่อนว่า จีดไปไหมหรือมีรสชาติไหม ถ้ารสชาติไม่ดีเราก็สามารถ ใส่นำ้ซูชิลงไปผสมในข้าวอีกได้ แต่ต้องคลุกเคล้าให้เข้ากันนะ

เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้วเราก็นำข้าวมาปั้นเป็นก้อน และเอา วาซาบิ(เพียงเล็กน้อย) ป้ายบนข้าว แล้วก็ว่างหน้าปลา หน้ากุ้ง หรือหน้าปลาหมึก ลงไปบนข้าวที่ปั้นเสร็จแล้ว

แค่นี้เพื่อนๆ ก็สามารถนำมาขายได้แล้ว ปกติเขาขายกันที่ ชิ้นละ 5-7 บาท ก็แล้วแต่ว่าต้นทุนหน้าอะไรที่มาแพงกว่า 
workdeena ก็อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองทำทานกันและอาจจะเป็นอาชีพอิสระของเพื่อนๆได้บ้าง

ร้านซูชิที่น่าสนใจ


3.ร้านซูชิที่น่าสนใจ :
จากความชอบทานอาหารญี่ปุ่นของ 6 พี่น้องจนกลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเก๋ๆ ภายใต้คอนเซปต์ "ซูชิในสวน" ที่ชวนผู้คนให้มานั่งสังสรรค์และลิ้มลองซูชิทั้งแบบสด แบบกริลล์และแบบสุกรวมถึงซาชิมิสดบรรยากาศสวนในร่ม ความประทับใจที่มัดใจให้คนแวะเวียนมาที่นี่นอกจากการใช้วัตถุดิบชั้นดีสดใหม่นำมาปรุงจนได้รสชาติถูกปากแล้ว ทางร้านยังการนำปลาหรือเนื้อมาวัตถุดิบจนกลายเป็นซูชิคำโต อย่าง "Jiro Warm Breeze" ซูชิที่ใช้ชูโทโร่ ห่อชูโทโร่่สับปรุงรส ไข่หอยเม่นสด ท้อปปิ้งด้วยไข่นกกระทาดิบและคาร์เวียร์ สำหรับคนรักเนื้อต้อง "I love Matsuzaka Roll" เนื้อมัตสึซากะกริลล์พอสุก ห่ออิคุระไว้ข้างใน แล้วท้อปปิ้งด้วยไข่กุ้ง นอกจากซูชิ ที่นี่ยังมี ซาชิมิสดๆ Set Lunch เซ็ตอาหารที่มาพร้อมเทมปุระและข้าวหน้าต่างๆ รวมถึงสเต็กด้วย
ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท 15 ถนนสุขุมวิท (ร้านอยู่ชั้น 2 ในโรงแรมแมนฮัตตัน ซอยสุขุมวิท 15)
 2.LSAO
ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนกรุงได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่นสดๆ จึงเกิดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดกะทัดรัดตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นน่านั่งที่มีคอนเซปต์ว่า "Fusion Japanese Sushi Bar" ที่ร้าน isao เราสามารถเลือกนั่งได้ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ซูชิบาร์และโซนโต๊ะเก้าอี้ไม้ มาถึงถิ่นแล้วอย่าพลาดเมนูที่หลายคนยกนิ้วให้ในความอร่อยและน่ารัก
เปรี้ยวหวาน "Volcano" หอยเชลล์อบครีมซอสรสเข้มข้น เสิร์ฟร้อนๆ มาบนเปลือกหอยเชลล์ที่ได้รสเผ็ด มัน จัดจ้านแต่กลมกล่อม นอกจากซูชิแล้วทางร้านยังมี ปลาดิบสดคุณภาพดี และเมนูอาหารญี่ปุ่นให้เลือกอร่อยอีกเพียบ ใครอยากพิสูจน์รสชาติอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นอย่าลืมมาโดนกับร้านนี้
ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท 31 (เข้าซอยไปประมาณ 150 เมตร ร้าน Isao จะอยู่ท้างซ้ายมือ) 
3.In the Mood for Love: Sushi Bar & Bistro
หากใครเป็นแฟนหนังของผู้กำกับดัง หว่อง กา ไว ย่อมรู้จัก In the mood for love ภาพยนตร์ Romantic Drama เรื่องราวความรักต้องห้ามของหนุ่มสาวชาวจีนในยุค 1960 ที่ละเมียดละไมตรึงใจผู้ชม และได้กลายมาเป็นชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดีที่ชวนให้รำลึกถึงเมืองจีนในยุค 60 ที่มีคอนเซปต์ว่า Sushi Bar & Bistro ทำให้เมนู อาหารญี่ปุ่นของที่นี่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ หรือ แบบฟิวชั่นก็มีให้ลองลิ้ม และเมนูเด็ดที่มาแล้วไม่ควรพลาดต้อง "Guilty But Happy" ข้าวปั้นที่อัดแน่นด้วยกุ้งเทมปุระ ไข่กุ้ง ครีมชีส ต้นหอม วาซาบิมาโย และซอสนิซึเมะ "Caterpillar Roll" โรลไส้ปลาไหลและเทมปุระกุ้งห่อด้วยอโวคาโด จัดเต็มกับอาหารญี่ปุ่นแล้วอย่าลืมเครื่องดื่มตามชื่อร้าน "IN the Mood for LOVE" ค็อกเทลที่นำแอปเปิ้ลไซรัปมาผสมกับโซจูและน้ำมะนาวเรียกความสดชื่น วันไหนเลิกงานเร็วอยากหาที่ Hang out กับกลุ่มเพื่อนลองไปจัดเต็มกันที่ IN the Mood for LOVE เลย
4. Teien Sushi Bar
คนรักอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะซูชิต้องแวะไปร้านนี้ เพราะ ที่นี่นอกจากจะคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาใช้แล้ว ยังมีเชฟจากญี่ปุ่นรับหน้าที่ปรุงทุกเมนูให้เราเต็มอิ่มกับรสชาติความเป็นญี่ปุ่นโดยแท้ แวะมาแล้วห้ามพลาดกับเมนูซูชิระดับพรี่เมี่ยม ทั้ง "Foie Gras Sushi" ซูชิหน้าตับห่านนำเข้าจากฝรั่งเศสที่นำมาย่างกับซอสสูตรพิเศษวางซ้อนกันสองชั้น "Hotate Cream Cheese Roll" หอยเชลล์สดจากญี่ปุ่นกับ Cream Cheese รสนุ่มละมุนลิ้น " Botan Ebi Foie Gras" หัวกุ้งยัดไส้ข้าวผัดเห็ดแล้วนำไปทอด ทำให้รับประทานได้ทั้งตัวและหัว "Omi Beef A5 Sushi" ซูชิหน้าเนื้อโอมิเกรดเอนำเข้าจากญี่ปุ่นที่อดีตเคยใช้เป็นโอสถถวายจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นที่แสนนุ่มละลายในปาก ไม่เพียงแค่เมนูซูชิ และ ซาชิมิสดๆ แต่เมนูอาหารญี่ปุ่นอื่น อย่าง "Hamachi Saikyo Don" ปลาฮามาจิย่างไฟอ่อนๆ ราดด้วยซอสมิโซะบนข้าวญี่ปุ่นก็น่าลองไม่แพ้กัน
อีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมย่านหลังสวนที่หลายคนติดใจในรสชาติและบรรยากาศอันร่มรื่น อาหารญี่ปุ่นของที่นี่คัดสรรทั้งวัตถุดิบชั้นดีและใช้วิธีการปรุงอย่างละเมียดละไมทำให้ทุกเมนูมีแต่ความอร่อย สำหรับคนที่ชอบซูชิอย่าพลาดกับ "Dragon on Fire" ซูชิปลาทูน่าที่มีซอสพริกซึ่งมีส่วนผสมของพริกเกาหลีรสชาติกลมกล่อม "Engawa Special" เนื้อเอนกาวะนุ่มลื่น ละมุนลิ้น เสริมทัพความอร่อยด้วยไข่หอยเม่นสด "Sashimi Mixed" ซาชิมิชามใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยปลาฮามาจิ ปลาแซลมอน หอยปีกนก อิกะ ซาบะดอง และทูน่า แต่ถ้าอยากลองเมนูข้าวหน้าต่างๆ ล่ะก็ "Foie Gras Don" ข้าวหน้าฟัวกราส์ ราดด้วยซอสที่ทำจากไวน์แดง Bordeaux จากฝรั่งเศส เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศสที่น่าลิ้มลอง "Unagi Don" ข้าวหน้าปลาไหลชิ้นใหญ่ย่างมาหอมกรุ่น ราดซอสสูตรเฉพาะของร้าน นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่นชั้นดีรอให้ลิ้มรสอีกเพียบ ใครอยากพิสูจน์ความอร่อยของวัตถุดิบระดับพรี่เมี่ยมล่ะก็เชิญได้ตั้งอยู่ที่ ชอยหลังสวน (ฝั่งตรงข้ามระหว่าง ซอยหลังสวน 6 และ 7) 

ประเภทของซูชิ


2.ประเภทของซูชิ:
·         นิงิริซูชิ (Nigiri Sushi) เป็นซูชิพบได้บ่อยในภัตตาคาร ซูชิจะมีลักษณะข้าวเป็นก้อนรูปวงรีแล้ววางเนื้อปลาดิบ ปลาหมึก ฯลฯ ไว้ข้างบน อาจจะใส่วาซาบิเล็กน้อย หรือตกแต่งด้วยสาหร่ายทะเลก็ได้ ซูชิแบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด
·         มากิซูชิ (Maki Sushi) มีวิธีทำ 3 แบบด้วยกัน (1) ม้วนข้าวไว้ด้านในสาหร่ายทะเลอยู่ด้านนอก (2) ม้วนสลับกับแบบแรกโดยที่สาหร่ายอยู่ด้านในส่วนข้าวอยู่ด้านนอก (3) ห่อเป็นรูปกรวย เรียกว่า แคลิฟอร์เนียเทมากิ
·         ชิราชิซูชิ (Chirashi Sushi) เป็นการจัดปลาดิบ ปลาหมึก กุ้ง ผัก ฯลฯ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ วางเรียงบนข้าวที่ใส่อยู่ในกล่อง
·         โอชิซูชิ (Oshi Sushi) หรือรูปแบบคันไซจากเมืองโอซาก้า เอาข้าวมาอัดลงในแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมตามยาวหั่นขนาดพอดีให้รับประทานเป็นคำๆ แล้ววางเนื้อปลาไว้ด้านบน
·         อินะริซูชิ (Inari Sushi) ซูชิที่นำเนื้อมาใส่ในเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นถุง
·         สุงะตะซูชิ (sugata sushi) ซูชิที่ใช้ปลาทั้งตัวมาหั่นแล้วนำเนื้อมาวางบนข้าว
·         นาเระซูชิ (naresushi) ซูชิที่มีลักษณะคล้ายกับปลาส้ม

ประวัติความเป็นมาของซูชิ :


1.ประวัติความเป็นมาของซูชิ :  
ซูมีการเขียนหลายแบบ ได้แก่ หรือ ข้าวปั้นมีหน้า เป็นอาหารญี่ปุ่น ที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู และกินคู่กับปลา เนื้อ หรือ ของคาวชนิดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซูชิมักจะหมายถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของ ซูชิ, ข้าวที่ผสมน้ำส้มสายชู) และมีหน้าแบบต่างๆเป็นหน้า ที่นิยมได้แก่ อาหารทะเล ผัก ไข่ เห็ด เนื้อที่นำมาใช้อาจจะเป็นเนื้อดิบ หรือ เนื้อที่ผ่านกระบวนการทำอาหารแล้ว สำหรับในประเทศอื่น และซูชิส่วนใหญ่มักใส่วาซาบิ บนข้าวเพื่อให้ได้ความอร่อยมากยิ่งขึ้น
ซูชิ หมายถึง การรวมกันระหว่างปลากับข้าว ซูชิมีวิวัฒนาการมาเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งเกิดจากความต้องการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่น
คำว่า "ซูชิ" นิยมหมายถึง นิงิริซูชิ ที่เป็นข้าวมาอัดเป็นก้อนและมีเนื้อปลาวางบนด้านหน้า
เท่านั้น

ประวัติส่วนตัว



ประวัติส่วนตัว
นาย จัตุเมธ ศรีภัทรา  ชื่อเล่น กวง
วันเกิด 29 มกรคม 2542 ปัจจุบันอายุ 15 ปี
ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่โรงเรียน สุราษฏร์พิทยา อ.เมือง. จ.สุราษฏร์ธานี
ที่อยู่ปัจจุบัน 31/241 ซอย.16/7 ถนนกาญจนวิถี  ต.บางกุ้ง  อ.เมือง  จ. สุราษฏร์ธานี
งานอดิเรก หรือสิ่งที่ชอบทำ  
-แต่งรถมอเตอร์ไซค์
          -เล่นบาสเก็ตบอล
-ทำอาหาร
สิ่งที่ชอบ
- รถบิ๊คไบค์
-แดร๊กไบค์
-แดร๊กดีเซล
สิ่งที่ไม่ชอบ
-ตำรวจ
ความฝัน
          -อยากเป็นนักแข่งรถมืออาชีพ มีหน้าตาในวงการรถทุกรูปแบบ