3.ร้านซูชิที่น่าสนใจ :
จากความชอบทานอาหารญี่ปุ่นของ
6 พี่น้องจนกลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเก๋ๆ
ภายใต้คอนเซปต์ "ซูชิในสวน"
ที่ชวนผู้คนให้มานั่งสังสรรค์และลิ้มลองซูชิทั้งแบบสด
แบบกริลล์และแบบสุกรวมถึงซาชิมิสดบรรยากาศสวนในร่ม ความประทับใจที่มัดใจให้คนแวะเวียนมาที่นี่นอกจากการใช้วัตถุดิบชั้นดีสดใหม่นำมาปรุงจนได้รสชาติถูกปากแล้ว
ทางร้านยังการนำปลาหรือเนื้อมาวัตถุดิบจนกลายเป็นซูชิคำโต อย่าง "Jiro
Warm Breeze" ซูชิที่ใช้ชูโทโร่ ห่อชูโทโร่่สับปรุงรส
ไข่หอยเม่นสด ท้อปปิ้งด้วยไข่นกกระทาดิบและคาร์เวียร์ สำหรับคนรักเนื้อต้อง "I
love Matsuzaka Roll" เนื้อมัตสึซากะกริลล์พอสุก
ห่ออิคุระไว้ข้างใน แล้วท้อปปิ้งด้วยไข่กุ้ง นอกจากซูชิ ที่นี่ยังมี ซาชิมิสดๆ Set
Lunch เซ็ตอาหารที่มาพร้อมเทมปุระและข้าวหน้าต่างๆ รวมถึงสเต็กด้วย
ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท 15 ถนนสุขุมวิท (ร้านอยู่ชั้น 2 ในโรงแรมแมนฮัตตัน ซอยสุขุมวิท 15)
2.LSAO
ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนกรุงได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่นสดๆ
จึงเกิดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดกะทัดรัดตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นน่านั่งที่มีคอนเซปต์ว่า
"Fusion Japanese Sushi Bar" ที่ร้าน isao
เราสามารถเลือกนั่งได้ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ซูชิบาร์และโซนโต๊ะเก้าอี้ไม้
มาถึงถิ่นแล้วอย่าพลาดเมนูที่หลายคนยกนิ้วให้ในความอร่อยและน่ารัก
เปรี้ยวหวาน
"Volcano" หอยเชลล์อบครีมซอสรสเข้มข้น
เสิร์ฟร้อนๆ มาบนเปลือกหอยเชลล์ที่ได้รสเผ็ด มัน จัดจ้านแต่กลมกล่อม
นอกจากซูชิแล้วทางร้านยังมี ปลาดิบสดคุณภาพดี
และเมนูอาหารญี่ปุ่นให้เลือกอร่อยอีกเพียบ
ใครอยากพิสูจน์รสชาติอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นอย่าลืมมาโดนกับร้านนี้
ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท 31 (เข้าซอยไปประมาณ 150 เมตร ร้าน Isao จะอยู่ท้างซ้ายมือ)
3.In
the Mood for Love: Sushi Bar & Bistro
หากใครเป็นแฟนหนังของผู้กำกับดัง หว่อง กา ไว ย่อมรู้จัก In the mood
for love ภาพยนตร์ Romantic Drama เรื่องราวความรักต้องห้ามของหนุ่มสาวชาวจีนในยุค
1960 ที่ละเมียดละไมตรึงใจผู้ชม
และได้กลายมาเป็นชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดีที่ชวนให้รำลึกถึงเมืองจีนในยุค 60
ที่มีคอนเซปต์ว่า Sushi Bar & Bistro ทำให้เมนู
อาหารญี่ปุ่นของที่นี่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ หรือ
แบบฟิวชั่นก็มีให้ลองลิ้ม และเมนูเด็ดที่มาแล้วไม่ควรพลาดต้อง "Guilty
But Happy" ข้าวปั้นที่อัดแน่นด้วยกุ้งเทมปุระ ไข่กุ้ง ครีมชีส
ต้นหอม วาซาบิมาโย และซอสนิซึเมะ "Caterpillar Roll" โรลไส้ปลาไหลและเทมปุระกุ้งห่อด้วยอโวคาโด
จัดเต็มกับอาหารญี่ปุ่นแล้วอย่าลืมเครื่องดื่มตามชื่อร้าน "IN the
Mood for LOVE" ค็อกเทลที่นำแอปเปิ้ลไซรัปมาผสมกับโซจูและน้ำมะนาวเรียกความสดชื่น
วันไหนเลิกงานเร็วอยากหาที่ Hang out กับกลุ่มเพื่อนลองไปจัดเต็มกันที่
IN the Mood for LOVE เลย
4.
Teien Sushi Bar
คนรักอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะซูชิต้องแวะไปร้านนี้ เพราะ ที่นี่นอกจากจะคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาใช้แล้ว
ยังมีเชฟจากญี่ปุ่นรับหน้าที่ปรุงทุกเมนูให้เราเต็มอิ่มกับรสชาติความเป็นญี่ปุ่นโดยแท้
แวะมาแล้วห้ามพลาดกับเมนูซูชิระดับพรี่เมี่ยม ทั้ง "Foie Gras
Sushi" ซูชิหน้าตับห่านนำเข้าจากฝรั่งเศสที่นำมาย่างกับซอสสูตรพิเศษวางซ้อนกันสองชั้น
"Hotate Cream Cheese Roll" หอยเชลล์สดจากญี่ปุ่นกับ
Cream Cheese รสนุ่มละมุนลิ้น " Botan Ebi Foie
Gras" หัวกุ้งยัดไส้ข้าวผัดเห็ดแล้วนำไปทอด
ทำให้รับประทานได้ทั้งตัวและหัว "Omi Beef A5 Sushi" ซูชิหน้าเนื้อโอมิเกรดเอนำเข้าจากญี่ปุ่นที่อดีตเคยใช้เป็นโอสถถวายจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นที่แสนนุ่มละลายในปาก
ไม่เพียงแค่เมนูซูชิ และ ซาชิมิสดๆ แต่เมนูอาหารญี่ปุ่นอื่น อย่าง "Hamachi
Saikyo Don" ปลาฮามาจิย่างไฟอ่อนๆ
ราดด้วยซอสมิโซะบนข้าวญี่ปุ่นก็น่าลองไม่แพ้กัน
อีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมย่านหลังสวนที่หลายคนติดใจในรสชาติและบรรยากาศอันร่มรื่น
อาหารญี่ปุ่นของที่นี่คัดสรรทั้งวัตถุดิบชั้นดีและใช้วิธีการปรุงอย่างละเมียดละไมทำให้ทุกเมนูมีแต่ความอร่อย
สำหรับคนที่ชอบซูชิอย่าพลาดกับ "Dragon on
Fire" ซูชิปลาทูน่าที่มีซอสพริกซึ่งมีส่วนผสมของพริกเกาหลีรสชาติกลมกล่อม
"Engawa Special" เนื้อเอนกาวะนุ่มลื่น ละมุนลิ้น
เสริมทัพความอร่อยด้วยไข่หอยเม่นสด "Sashimi Mixed" ซาชิมิชามใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยปลาฮามาจิ ปลาแซลมอน หอยปีกนก อิกะ ซาบะดอง
และทูน่า แต่ถ้าอยากลองเมนูข้าวหน้าต่างๆ ล่ะก็ "Foie Gras Don" ข้าวหน้าฟัวกราส์ ราดด้วยซอสที่ทำจากไวน์แดง Bordeaux จากฝรั่งเศส เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศสที่น่าลิ้มลอง "Unagi
Don" ข้าวหน้าปลาไหลชิ้นใหญ่ย่างมาหอมกรุ่น
ราดซอสสูตรเฉพาะของร้าน
นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่นชั้นดีรอให้ลิ้มรสอีกเพียบ
ใครอยากพิสูจน์ความอร่อยของวัตถุดิบระดับพรี่เมี่ยมล่ะก็เชิญได้ตั้งอยู่ที่ ชอยหลังสวน (ฝั่งตรงข้ามระหว่าง ซอยหลังสวน 6
และ 7)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น